4.เมื่อจำเป็นต้องใช้นมผสมเลี้ยงทารกแทนนมแม่

 กรณีที่แม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาจจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น แม่เจ็บป่วยมีปัญาหัวนมแตก น้ำนมไม่พอ ฯลฯ ก็อาจมีความจำเป็นต้องใช้นมผสมเลี้ยงลูก แม่ควรได้ปรึกษากุมารแทพย์หรือพยาบาลเพื่อให้สามารถเลือกชนิดของนมผสมได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับวัยของลูก

            โดยทั่วไปจะแบ่งนมผสมเป็น 3 ประเภท

            1.นมผงดัดแปลงสำหรับทารก  เป็นนมที่ดัดแปลงให้มีสารอาหารใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน

            2.นมผงดัดแปลงสูตรต่อเนื่อง  เป็นนมดัดแปลงที่มีปริมาณโปรตีนสูงขึ้นและมีการเติมวิตามินและแร่ธาตุลงไป เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี

            3.นมครบส่วน  ผลิตภัณฑ์นี้จะมีได้ทั้งที่เป็นนมผงและนมสดทั่วไป เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ นมกล่องยูเอชที ฯลฯ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

             เนื่องจากนมผงมีหลายประเภท และขนาดช้อนตวงแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปช้อนตวงนมจะมี 2 ขนาดคือ

            1.ช้อนตวงขนาดเล็ก (ขนาดประมาณ 4.5 กรัม) ให้ผสม 1 ต่อ 1 คือ นมผง 1 ช้อน ต่อน้ำ 30 มิลลิลิตร หรือ 1 ออนซ์

            2.ช้อนขนาดใหญ่ (ขนาด 7-8 กรัม) ให้ผสม 1 ต่อ 2 คือ นมผง 1 ช้อนต่อน้ำ 60 มิลลิลิตร หรือ 2 ออนซ์

            การผสมนมใน 2 ลักษณะข้างต้นนี้จะได้ส่วนผสมของนม โดย 1 ออนซ์จะให้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี สิ่งสำคัญในการเตรียมนมผสม คือ เน้นความสะอาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันอาการท้องเดินที่จะเกิดขึ้นได้

            การเตรียมที่ถูกต้องควรเริ่มตั้งแต่การล้างทำความสะอาดขวดนมและจุกนม ไม่ให้มีคราบนมติดขวด จากนั้นต้มขวดนมในน้ำเดือด นาน 5-10 นาที ส่วนจุกยางให้ต้มในน้ำเดือดไม่เกิน 5 นาที (เพราะถ้าต้มนานจะทำให้จุกยางเสื่อม) เมื่อจะผสมนมให้ใส่น้ำสุกอุ่นๆ ลงในขวดจนได้ปริมาณตามต้องการ แล้วตวงนมผงใส่ลงในขวด ปิดจุกขวดเขย่าจนนมผงละลายหมด การเตรียมนมผสมควรเตรียมมื้อต่อมื้อแล้วใช้ทันที หากยังไม่ได้ใช้ทันทีควรเก็บนมที่ผสมแล้วไว้ในตู้เย็น

5 .ใน 1 วัน ลูกน้อยควรได้รับอาหารอะไร จำนวนเท่าไร

เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ควรกำหนดตายตัวว่าลูกจะต้องได้รับอาหารแต่ละชนิดเป็นปริมาณเท่าไหร่ ลูกอาจจะทานอาหารได้มากกว่าหรือน้อยกว่าที่แนะนำได้ แต่ต้องไม่ต่างจากที่แนะนำมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามในระยะสองขวบปีแรกเด็กควรได้รับนมแม่ควบคู่ไปกับการาได้รับอาหารเสริมตามวัย

            เมื่อลูกน้อยมีอายุ 4-5 เดือน

            ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 76-188 กิโลแคลอรี โปรตีน 1.2-4.1 กรัมต่อวัน

            ดังนั้น อาหารที่ลูกวัยนี้ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ ข้าวบดกับปลานึ่ง ประกอบด้วย ข้าวบด 3 ช้อนกินข้าว เนื้อปลา 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

            หรือ ข้าวบดกับไข่แดง ประกอบด้วย ข้าวบด 3 ช้อนกินข้าว ไข่แดงต้มสุกครึ่งฟอง และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

            หรือ ฟักทองบดกับไข่แดง ประกอบด้วย ฟักทองบด 6 ช้อน กินข้าว ไข่แดงต้มสุกครึ่งฟอง และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

            หรือ กล้วยน้ำว้าครึ่งผล และไข่แดงครึ่งฟอง

           เมื่อลูกอายุ 6-8 เดือน

            ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 269-371 กิโลแคลอรี โปรตีน 2.7-5.4 กรัมต่อวัน

            ดังนั้นอาหารที่ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ อาหาร 2 มื้อ

            เช้า       ข้าวต้มปลาช่อนตำลึง

            บ่าย       มะละกอสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

            เย็น       ข้าวต้ม + ไข่ตุ๋นแครอท

หรือ

            เช้า       ข้าวต้มตับไก่ใส่ตำลึง

            บ่าย       มะละกอสุก หรือมะม่วงสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

            เย็น       ข้าวต้มตับไก่ใส่ตำลึง

  เมื่อลูกอายุ 9-12 เดือน

            ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 451-6545 กิโลแคลอรี โปรตีน 3.5-6.2 กรัมต่อวัน

            ดังนั้นอาหารที่ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ อาหาร 3 มื้อ

            เช้า       ข้าวตุ๋น + ต้มจืดปลาใส่ตำลึงและฟักทอง

กลางวัน ข้าวตุ๋น + ต้มจืดปลาช่อนใส่ตำลึงและฟักทอง

            บ่าย       กล้วยน้ำว้าสุกครึ่งผล

            เย็น       ข้าวตุ๋น + ไข่คั่วตำลึง

            หรือ

            เช้า       ข้าวตุ๋น + แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้หมูสับ

            กลางวัน ข้าวผัดสามสี

            บ่าย       มะละกอสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

            เย็น       ข้าวตุ๋น + แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้หมูสับ

            คุณแม่อย่าลืมว่าอาหารที่เตรียมให้ลูกควรจะต้องเป็นอาหารที่ทำเสร็จใหม่ๆ แต่ถ้าคุณแม่ไม่มีเวลาทำหลายๆ ครั้ง ก็จะต้องเก็บในตู้เย็น และอุ่นให้ลูกก่อนป้อน เพื่อป้องกันอาการท้องเสียนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

ยอดเยี่ยมเลยน่ะจ้ะ
haijai.com

<ul class="head_main-menu">
<li class="first health">สุขภาพ

<ul>
<li>การดูแลสุขภาพ</li>
<li>อาหารเพื่อสุขภาพ</li>
<li>ออกกำลังกาย</li>
<li>สุขภาพผู้หญิง</li>
<li>สุขภาพผู้ชาย</li>
<li>สุขภาพจิต</li>
<li>โรคและการป้องกัน</li>
<li>สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</li>
</ul>
</li>
<li class="pregnancy">แม่ตั้งครรภ์

<ul>
<li>สุขภาพแม่ตั้งครรภ์</li>
<li>พัฒนาการ ตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์</li>
<li>อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์</li>
<li>โรคขณะตั้งครรภ์</li>
<li>การคลอด</li>
<li>หลังคลอด</li>
<li>การออกกำลังกาย</li>
<li>คำถาม แม่ตั้งครรภ์สงสัย</li>
</ul>
</li>
<li class="baby">ทารกแรกเกิด

<ul>
<li>สุขภาพทารกแรกเกิด</li>
<li>ผิวทารกแรกเกิด</li>
<li>การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด</li>
<li>การดูแลทารกแรกเกิด</li>
<li>โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด</li>
<li>เลี้ยงลูกด้วยนมแม่</li>
<li>อาหารสำหรับทารก</li>
<li>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเด็กทารก</li>
</ul>
</li>
<li class="last child">เด็กโต

<ul>
<li>สุขภาพเด็ก</li>
<li>ผิวเด็ก</li>
<li>การพัฒนาการเด็ก</li>
<li>การดูแลเด็ก</li>
<li>โรคและวัคซีนเด็ก</li>
<li>อาหารสำหรับเด็ก</li>
<li>การเล่นและการเรียนรู้</li>
<li>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเด็ก</li>
</ul>
</li>
</ul>

#1 By haijai.com (61.91.128.141|61.91.128.141) on 2014-04-07 18:18

What we are together. View my profile