ออยล์พูลลิ่ง ภาค1 : แบคทีเรียในช่องปากและวิธีการทำ

 
ออยล์พูลลิ่ง เป็นวิธีบำบัดของอินเดียที่มีมาเป็นเวลาช้านานแล้ว โดยการอมน้ำมันไว้และเคลื่อนน้ำมันไปให้ทั่วช่องปาก ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นจึงบ้วนทิ้งไป ออยล์พูลลิ่งเป็นที่ฮือฮาเมื่อ Dr. F. Karach, M.D., ได้เสนอรายงานต่อที่ประชุมสัมนาบัณฑิตย์ทางด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศรัสเซียเมื่อปี 2534-2535 การประชุมมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องมะเร็ง และแบคทีเรียซึ่ง Dr.Karach ได้อธิบายถึงการบำบัดรักษาโรคที่ยอดเยี่ยมไม่เหมือนใคร ด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้การอมน้ำมัน
 
ผลลัพธ์ของการบำบัดด้วยวิธีนี้ ทำให้ผู้คนตะลึง ประหลาดใจ เต็มไปด้วยความสงสัยในรายงานของเขาเป็นอันมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้มีการอธิบาย ซักถามกันถึงการรักษา มีการทดสอบ ทดลองใช้ ทดลองทำ พิสูจน์หาความสมเหตุสมผลที่เกิดขึ้น ต่างก็ยิ่งประหลาดใจถึงผลที่ได้รับจากการรักษาอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังไม่มีอันตรายใดๆด้วย เป็นการรักษาทางด้านชีววิทยาโดยแท้ ด้วยวิธีการง่ายๆ ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาโรคได้มากมายหลายชนิด 
 
Dr. Bruce Fife N.D. นักโภชนาการผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเขียนหนังสือไว้หลายเล่มรวมทั้ง Coconut Oil Miracle เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีความสงสัยในรายงานดังกล่าว จึงได้ทดลองทำออยล์พูลลิ่งด้วยตนเอง ผลลัพธ์ที่ได้ Dr. Fife ถึงกับออกปากว่า ออยล์พูลลิ่งเป็นการรักษาของแพทย์ทางเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุด แต่สิ่งที่ Dr. Fife สงสัยคือ เหตุใดการอมน้ำมันจึงช่วยรักษาโรคได้ เขาเริ่มศึกษาการทำออยล์พูลลิ่งของ Dr. Karach อย่างจริงจังรวมทั้งศึกษารายงานอีกเป็นร้อยๆชิ้น ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปที่เป็นคำตอบทางวิทยาศาสตร์ซึ่ง Dr. Fife เขียนไว้ในหนังสือชื่อ Oil Pulling Therapy มีใจความบางตอนดังนี้
 
 
- ในปากของคนเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย
 
ในปากของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และโปรโตซัว แต่ส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรีย เพราะปากเป็นแหล่งอาศัยที่เหมาะสม มีความร้อน ความชื้น และอุนหภูมิคงที่ ยังมีอาหารอุดมสมบูรณ์จากเศษอาหารที่เรารับประทาน กล่าวกันว่าปริมาณแบคทีเรียในปากของคนคนหนึ่ง มีมากกว่าจำนวนประชาการของคนทั้งโลก แบคทีเรียบางชนิดอาศัยอยู่บนผิวฟัน บางชนิดอยู่ในช่องว่างระหว่างฟันและเหงือก บางชนิดอยู่ที่เพดานปาก และบางชนิดอยู่ที่ใต้ลิ้นและโคนลิ้น การแปรงฟันและการใช้น้ำยาบ้วนปากช่วยลดปริมาณแบคทีเรียเหล่านี้ลงได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งไม่นานก็จะกลับมาแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเช่นเดิม
 
 
- โรคร้ายทุกชนิดเริ่มต้นที่ปาก
 
อาจฟังดูเหลือเชื่อ แต่หากไม่นับโรคทางพันธุกรรม โรคทางอารมณ์ หรือโรคจากการบาดเจ็บต่างๆ โรคร้ายเกือบทุกชนิด รวมทั้งการเจ็บป่วยเรื้อรังต่างๆล้วนเริ่มต้นที่ปาก เนื่องจากปากเป็นประตูเข้าสู่ร่างกาย การรับประทานอาหารไม่ถูกต้องหรืออาหารที่มีพิษ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ยิ่งกว่านั้นในปากและลำใส้ยังเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียนับพันล้านตัว บางชนิดเป็นอันตราย บางชนิดไม่ และบางชนิดเป็นประโยชน์ ถ้าแบคทีเรียเหล่านี้สามารถเข้าสู่กระแสเลือด แม้แต่แบคทีเรียชนิดที่ไม่เป็นอันตรายก็สามารถทำให้เราถึงแก่ความตายได้ หากในปากของเรามีแผล หรือมีการอักเสบของเหงือกหรือเนื้อเยื่อ จะทำให้แบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยง่าย เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลายชนิดตั้งแต่โรคไขข้ออักเสบไปจนถึงโรคหัวใจ
 
 
- ออยล์พูลลิ่งทำงานอย่างไร?
 
ออยล์พูลลิ่งเป็นการบำบัดที่ทำได้ง่ายที่สุดแต่ก็มีประสิทธิภาพมากที่สุดในบรรดาการรักษาทางธรรมชาติด้วยเช่นกัน สำหรับหลายๆคนมีความรู้สึกว่า แค่การอมและเคลื่อนน้ำมันไปทั่วๆปาก ไม่น่าจะช่วยรักษาโรคได้ อันที่จริงออยล์พูลลิ่งไม่ได้รักษาโรค แต่มันช่วยขจัดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคหรือเป็นตัวการปล่อยสารพิษให้หมดไป เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสได้ฟื้นฟู
 
ออยล์พูลลิ่งเป็นกระบวนการทางชีววิทยาล้วนๆ แบคทีเรียในช่องปากที่ก่อให้เกิดโรคร้ายหรือปล่อยสารพิษแก่ร่างกายนั้น แต่ละเซลล์ของมันจะปกคลุมด้วยน้ำมันหรือเนื้อเยื่อที่เป็นไขมันซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของผิวเซลล์ (เซลล์ของคนเราก็ล้อมรอบด้วยส่วนผสมของไขมันเช่นเดียวกัน) เมื่อคุณเทน้ำมันลงในน้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ น้ำกับน้ำมันจะแยกกันอยู่ไม่ยอมผสมรวมกัน แต่ถ้าคุณเทน้ำมันสองชนิดเข้าด้วยกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ น้ำมันทั้งสองจะผสมรวมและดึงดูดซึ่งกันและกัน นี่คือความลับของออยล์พูลลิ่ง
 
เมื่อคุณใส่น้ำมันลงในปาก เนื้อเยื่อที่เป็นน้ำมันหรือไขมันของแบคทีเรียจะถูกน้ำมันดูดไว้ ขณะคุณเคลื่อนน้ำมันไปทั่วช่องปาก แบคทีเรียที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยแยกของเหงือกและฟันหรือตามซอกของฟัน จะถูกดูดออกจากที่ซ่อนและติดแน่นอยูในส่วนผสมของน้ำมัน ยิ่งนานยิ่งมาก หลังจากผ่านไป 20 นาที ส่วนผสมของน้ำมันจะเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ไวรัส ฯลฯ คุณจึงควรบ้วนทิ้งไปมากกว่าที่จะกลืนมัน
 
เศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรียจะถูกดูดออกด้วยเช่นกัน สิ่งที่ไม่ใช่น้ำมัน (water based) จะถูกดูดออกด้วยน้ำลาย น้ำลายยังช่วยลดกรดที่เกิดจากแบคทีเรีย
 
เมื่อแบคทีเรียรวมทั้งพิษร้ายที่เกิดจากแบคทีเรียถูกดูดออกไป จึงเป็นโอกาสดีที่ร่างกายได้ทำการฟื้นฟู การอักเสบทั้งหลายหมดไป กระแสเลือดเป็นปกติ เนื้อเยื่อที่เสียหายได้รับการซ่อมแซม การมีสุขภาพดีจึงกลับมาในที่สุด
 
 
- น้ำมันชนิดใดเหมาะจะใช้ทำออยล์พูลลิ่ง?
 
ตามตำราโบราณของอินเดียแนะนำให้ใช้น้ำมันดอกทานตะวันหรือน้ำมันงา เนื่องจากเป็นน้ำมันที่หาได้ทั่วไปในอินเดียขณะนั้น Dr. Fife กล่าวว่า น้ำมันชนิดใดก็สามารถใช้ทำออยล์พูลลิ่งได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบน้ำมันมะพร้าว เนื่องจากต้องการใช้น้ำมันที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ น้ำมันมะพร้าวเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันงา หรือน้ำมันพืชชนิดใดๆ (กรดลอริคในน้ำมันมะพร้าวเมื่อถูกกับเอนไซม์ในน้ำลายจะแตกตัวเป็นโมโนกลีเซอไรด์ชื่อว่า โมโนลอริน ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค) เหตุผลอีกประการหนึ่ง ชอบที่น้ำมันมะพร้าวมีรสชาตินุ่มนวล น้ำมันบริสุทธิ์ชนิดอื่นๆเช่นน้ำมันมะกอกและน้ำมันงามีกลิ่นรสรุนแรง น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็นที่ได้รับการผลิตอย่างมีคุณภาพจะ มีความสะอาดถูกอนามัย แถมยังมีกลิ่นและรสชาติน่าพอใจอีกด้วย
 
 
- วิธีการทำออยล์พูลลิ่ง
 
*
ทำขณะที่ท้องว่าง จะดื่มน้ำก่อนหรือไม่ก็ได้
*
ใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็นประมาณ 2-3 ช้อนชา อมไว้ในปาก
*
ค่อยๆ ดูด ดัน และดึง ให้น้ำมันไหลผ่านฟันและเหงือก
*
น้ำมันจะเปลี่ยนเป็นขุ่นหรือมีสีเหลือง
*
เคลื่อนน้ำมันไปทั่วๆปากอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 15-20 นาที
*
จากนั้นให้บ้วนน้ำมันทิ้งไป
*
บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยการดื่มน้ำ
*
ทำอย่างนี้วันละครั้งเป็นอย่างน้อย
 
 
- โรคที่ได้รับรายงานว่าตอบสนองต่อการทำออยล์พูลลิ่ง
 
ผลของการทำออยล์พูลลิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ สุขภาพในช่องปากดีขึ้น ฟันขาวขึ้น แน่นขึ้นไม่โยกคลอน เหงือกเป็นสีชมพูแลดูมีสุขภาพ ลมหายใจสดชื่น นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าออยล์พูลลิ่งจะช่วยเยียวยาความเจ็บไข้หรืออาการป่วยเรื้อรังได้อีกหลายชนิด ต่อไปเป็นชื่อของโรคหรืออาการเจ็บป่วยที่มีผู้รายงานเข้ามาว่ามีการตอบสนองที่ดีกับออยล์พูลลิ่ง: สิว ภูมิแพ้ รังแค ไซนัส ปวดหัวไมเกรน น้ำมูกมาก หืด หลอดลมอักเสบ ผิวหนังอักเสบ เรื้อนกวาง ปวดหลังปวดคอ ข้ออักเสบ กลิ่นปาก ฟันผุ ฟันเป็นหนอง เลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก ท้องผูก แผลในกระเพาะ ลำไส้ ลำไส้อักเสบ ริดสีดวงทวาร นอนไม่หลับ อ่อนเพลียเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน
 
ส่วนอาการหรือโรคที่การศึกษาทางการแพทย์พบว่าเกี่ยวข้องกับสุขภาพในช่องปากโดยตรงและอาจมีผลตอบสนองกับการทำออยล์พูลลิ่งได้แก่ ปัสสาวะเป็นกรด ปอดอักเสบ(ARDS) ถุงลมโป่งพอง การอุดตันของเส้นเลือดและเส้นเลือดในสมอง ผลเลือดผิดปกติ ฝีในสมอง มะเร็ง เกาท์ ถุงน้ำดี หัวใจ น้ำตาลในเลือดสูง แท้งบุตร ไต ตับ ความผิดปกติของระบบประสาท กระดูกพรุน ปอดบวม ทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อย แพ้สารพิษ และโรคติดเชื้ออื่นๆอีกหลายชนิด
 
 
- ช่วงเวลาที่เหมาะจะทำออยล์พูลลิ่ง
  ปริมาณของแบคทีเรียในช่องปากมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างวัน การรับประทานทำให้แบคทีเรียบางส่วนผสมกับอาหารและน้ำลายในที่สุดถูกกลืนลงไป ปริมาณแบคทีเรียมีมากสุดในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหาร การแปรงฟันช่วยลดปริมาณแบคทีเรียได้ไม่มากเนื่องจากฟันมีพื้นที่แค่ 10% ของช่องปาก ก่อนอาหารกลางวันปริมาณแบคทีเรียจะเพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตอนก่อนอาหารเช้า และลดลงมากที่สุดภายหลังรับประทานอาหารเย็น เมื่อคุณหลับแบคทีเรียมีโอกาสกลับมาเพิ่มจำนวนขึ้นใหม่โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน การทำออยล์พูลลิ่งจึงควรทำเป็นสิ่งแรกในตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แบคทีเรียในช่องปากมีปริมาณมากที่สุด.

ออยล์พูลลิ่ง ภาค2 : ความเสียหายของเหงือกและฟัน
 
นอกจากแบคทีเรียในช่องปากจะทำให้ร่างกายเกิดโรคร้ายต่างๆแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขอนามัยในช่องปากโดยตรง ส่วนใหญ่กับฟันและเหงือก ผลโดยตรงของแบ็คทีเรียต่อสุขอนามัยในช่องปากมีดังนี้
 
กลิ่นปาก คนประมาณ 20% มีกลิ่นปาก กลิ่นปากต่างจากกลิ่นเหม็นของอาหารที่รับประทานเข้าไปตรงที่คงอยู่อย่างถาวร เกิดจากแบคทีเรียหลายชนิดที่อาศัยอยู่บริเวณโคนลิ้นด้านบน ซึ่งจะตรวจไม่พบในคนที่ไม่มีกลิ่นปาก การทำออยล์พูลลิ่งเป็นประจำช่วยลดปริมาณแบคทีเรียเหล่านี้ได้และช่วยกำจัดกลิ่นปากอย่างได้ผล (กลิ่นปากอาจเป็นสัญญาณของโรคฟันผุหรือโรคเหงือก)
 
ฟันผุ เกิดจากกรดที่ผลิตโดยแบคทีเรียชนิดที่กินน้ำตาลเป็นอาหาร การรับประทานอาหารจำพวกขนมหวานหรืออาหารจำพวกแป้ง (สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเมื่อถูกกับเอนไซม์ในน้ำลาย) ช่วยเพิ่มอาหารให้กับแบคทีเรียชนิดนี้ ซึ่งช่วยเพิ่มความเป็นกรด และแน่นอน ช่วยเพิ่มฟันผุ
 
ฟันผุเริ่มต้นที่ชั้นแข็งรอบนอกผิวฟันที่เรียกว่าอีนาเมล หากลุกลามไปถึงชั้นในซึ่งอ่อนกว่าที่เรียกว่าเดนติน จะทำให้เกิดอาการเสียวฟัน และถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาจนลุกลามเข้าไปถึงชั้นประสาทฟัน จะทำให้ปวดทรมาน ถึงขั้นนี้แพทย์ได้แต่ทำการรักษารากฟันหรือถอนฟันออกเท่านั้น การทำออยล์พูลลิ่งเป็นประจำจะช่วยลดปริมาณแบคที่เรียที่ทำให้เกิดกรดเหล่านี้ ซึ่งสามารถยับยั้งและช่วยป้องกันฟันผุได้
 
พลั๊ค เกิดจากเมือก เศษอาหาร แบคทีเรียและจุลินทรีย์อื่นๆรวมทั้งผลิตผลของมัน ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นครีมเหนียวสีเหลือง เกาะอยู่รอบๆฟัน พลั๊คต่างจากหินปูนตรงที่มีความนิ่ม สามารถนำออกได้ง่ายด้วยการแปรงฟัน หากปล่อยไว้จะทำให้เกิดคราบหินปูนและโรคเหงือก การทำออยล์พูลลิ่งช่วยลดสาเหตุที่ทำให้เกิดพลั๊ค และช่วยกำจัดพลั๊คในส่วนที่การแปรงฟันทำได้ไม่ทั่วถึงเช่นบริเวณซอกฟันและด้านหลังของฟัน
 
คราบหินปูน เป็นแร่ที่สะสมอยู่ที่ฟัน ต้นกำเนิดของคราบหินปูนคือพลั๊คที่แข็งตัวเป็นแร่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ คราบหินปูนนี้จะแข็งตัวติดแน่นกับฟัน ซึ่งไม่สามารถนำออกได้ด้วยการแปรงฟัน ต้องใช้เครื่องมือของแพทย์ทำการขูดออก คราบหินปูนสามารถเกิดกับฟันได้ทั้งบริเวณที่อยู่สูงกว่าหรืออยู่ภายใต้เหงือก แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้เกิดพลั๊คและที่เกาะอยู่ตามคราบหินปูน สามารถทำให้เหงือกเกิดการอักเสบหรือทำให้เกิดโรคปริทนต์ การทำออยล์พูลลิ่งเป็นประจำจะช่วยลดสาเหตุของการเกิดคราบหินปูน
 
เหงือกอักเสบ เป็นอาการเริ่มต้นของโรคเหงือก ทำให้เหงือกมีอาการบวมแดงและมีเลือดออกขณะแปรงฟัน เกิดจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดพลั๊กและสารพิษที่เกิดจากแบคทีเรียไปรบกวนเหงือก ปกติจะไม่เจ็บปวดแม้จะมองเห็นได้ง่าย คนส่วนมากจึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคเหงือกอักเสบ หากปล่อยไว้จะนำไปสู่การเป็นโรคปริทนต์
 
โรคปริทนต์ หรือเหงือกอักเสบเรื้อรัง เป็นอาการที่รุนแรงเกินกว่าขั้นของโรคเหงือกอักเสบ แบ็คทีเรียและสารพิษจากแบคทีเรียทำให้เหงือกเกิดการติดเชื้อ บวม นิ่ม และอ้าออกจากฟัน แบคทีเรียและพลั๊กจึงขยายไปเติบโตอยู่ในส่วนที่อยู่ภายใต้เหงือก สารพิษจากแบคทีเรียและเอนไซม์ที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านเริ่มทำอันตรายต่อกระดูกและเนื้อเยื่อที่รองรับฟัน ทำให้ฟันโยกและอาจต้องถอนออก
 
อาการของโรคปริทนต์คือ เหงือกบวม แดง นิ่ม หรือมีเลือดออก เหงือกร่น ฟันโยก ปวดเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือมีอาการเสียวฟัน มีกลิ่นปากแบบถาวร ส่วนใหญ่มีฟันผุร่วมด้วย การทำออยล์พูลลิ่งเป็นประจำนอกจากจะป้องกันการเกิดโรคปริทนต์แล้ว ประโยชน์ของการทำออยล์พูลลิ่งในระยะนี้คือ ช่วยลดแบคทีเรียและพลั๊กที่เป็นสาเหตุของเหงือกอักเสบ ลดการอักเสบของเหงือก ช่วยทำให้ร่างกายมีโอกาสได้ทำการฟื้นฟู
 
รากฟันเป็นหนอง เกิดจากการคั่งของหนองจากการสลายของเนื้อเยื่ออันมีสาเหตุมาจากฟันผุ โดยการโจมตีของแบคทีเรียและจุลินทรีย์ในส่วนของเนื้อเยื่อชั้นประสาทฟัน ส่วนใหญ่เกิดจากฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษา ฟันที่แตก การลุกลามของโรคปริทนต์ หรือแม้แต่การรักษารากฟันที่ไม่ถูกต้องก็สามารถทำให้รากฟันเป็นหนองได้
 
รากฟันเป็นหนองสามารถเกิดได้ทั้งแบบเรื้อรังและแบบเฉียบพลัน ขึ้นอยู่กับความเร็วที่โรคก่อตัวและการป้องกันของร่างกายว่าได้ผลเพียงไร แบบเฉียบพลันสามารถทำให้มีอาการปวด บวม และมีไข้ แบบเรื้อรังอาจไม่มีอาการปวด ทำให้ผู้ที่เป็นไม่รู้ตัวแม้จะลุกลามไปถึงกระดูกขากรรไกร การละเลยหรือการรักษาที่ล้มเหลวอาจทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง ซึ่งสามารลุกลามไปยังเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ และอาจลุกลามไปถึงกระดูกขากรรไกร การติดเชื้ออย่างรุนแรงอาจทำให้แบคทีเรียจำนวนมากเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสโลหิต
 
 
คำอธิบายภาพ
แบคทีเรียในช่องปากสามารถเข้าสู่กระแสโลหิตได้ 3 ทางคือทางปอดจากกการติดเชื้อของถุงลม ทางลำไส้จากการเกิดปัญหาของลำไส้ และทางแผลจากฟันที่ผุ เมื่อเม็ดเลือดขาวจับกินผู้บุกรุกในกระแสเลือดและเซลล์ที่ติดเชื้อมากเข้าๆ จะทำให้เกิดพลั้คขึ้นในหลอดเลือดทำให้เส้นเลือดเกิดการตีบตัน และเมื่อพลั้คนี้สามารถหลุดรอดเข้าสู่กระแสโลหิตจะทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการหัวใจวาย
 
ตารางเปรียบเทียบการลดลงของคราบหินปูนและการอักเสบของเหงือกจากการรักษาด้วยวิธีต่างๆ
วิธีรักษา
คราบหินปูน
เหงือกอักเสบ
การแปรงฟัน
11-27%
8-23%
ใช้น้ำยาบ้วนปาก
20-26%
13%
ออยล์พูลลิ่ง
18-30%
52-60%
 
 
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้
 
-
โรคเหงือกมีความสำคัญเพราะสามารถส่งผลกระทบได้ทั่วทุกส่วนของร่างกาย
-
ผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบมีโอกาสตายจากโรคหัวใจมากกว่าคนที่ไม่เป็นถึง 2 เท่า
-
มีโอกาสตายจากโรคเส้นเลือดในสมองอุดตันได้มากกว่าถึง 3 เท่า
-
ในหญิงมีครรภ์ โอกาสที่ทารกจะคลอดก่อนกำหนดมีมากกว่าถึง 4 เท่า
-
และมีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ (โรคปอดเรื้อรัง) ได้มากกว่าถึง 1.5 เท่า
-
ผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบรุนแรงแม้จะมีคอเลสเตอรอลต่ำ มีโอกาสตายได้มากกว่าผู้มีการอักเสบไม่รุนแรงที่มีคอเลสเตอรอลสูง งานวิจัยบางชิ้นถึงกับชี้ว่าการมีฟันผุ โรคเหงือก และการสูญเสียฟัน เป็นตัวชี้ถึงปัญหาของการเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าการมีคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูงเสียอีก
-
การตรวจเลือดหา CPR สามารถบอกถึงระดับของความอักเสบ
-
การอักเสบเป็นกระบวนการป้องกันตนเองของร่างกาย แต่ถ้าหากเกินความควบคุมจะนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ อัลไซเมอร์ และโรคอื่นๆ แบคทีเรียกว่า 200-300 ชนิดที่อาศัยอยู่ที่พลั๊กจะทำลายสมดุลของสภาวะแวดล้อมซึ่งจะกระจายไปได้ทั่วร่างกาย
 
สิ่งที่ควรกระทำ
 
-
พบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อขูดหินปูนและตรวจสอบสุขอนามัยในช่องปาก
-
เมื่ออยู่ที่บ้านทำความสะอาดช่องปากเป็นประจำนอกเหนือจากการแปรงฟันด้วยการบ้วนปากด้วยสมุนไพรหรืออมน้ำมัน (ออยล์พูลลิ่ง)
-
เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดของหวาน กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เพิ่มอาหารจำพวกออร์แกนนิคเช่น โยเกิร์ต (ไม่ใส่น้ำตาล) น้ำมะนาว ผักสดหรือผักที่ปรุงด้วยอุณหภูมิต่ำ
-
อาจเสริมด้วยวิตะมิน แร่ธาตุ สารแอนตีออกซิแดนท์โดยเฉพาะ coQ10 (100 มก./วัน) หรืออย่างอื่นเช่นกลูตาไทโอนโปรไบโอติค และเอนไซม์ช่วยย่อย ฯลฯ
 
สุดยอดอาหารต้านโรค น้ำมันมะพร้าว+กระเทียม
 
คือการนำน้ำมันมะพร้าวแบบสกัดเย็น (COLD PRESS) มาทานรวมกับกระเทียม จะเป็นกระเทียมสดหรือกระเทียมแคปซูลก็ได้

ประโยชน์                                                               
 - กระตุ้นและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย หยุดยั้งไวรัสและแบคทีเรียต่างๆได้ เช่น หวัด โรคกระเพาะ อาหารเป็นพิษ 
 - ช่วยเลือดไหลเวียนดี ละลายลิ่มเลือด ลดความดัน 
 - บำรุงตับ สามารถรักษาโรคตับแข็ง ไวรัสตับอักเสบ A,B,C และลดความเป็นพิษต่อตับของเห็ดมีพิษได้ 
 - ป้องกันและบรรเทาปัญหาแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน 
 - ป้องกันโรคต้อกระจก และโรคตาต่างๆ 
 - ป้องกันโรคหัวใจ 
 - โรคเส้นโลหิตในสมองแตก 
 - เพิ่มการทำงานของวิตามิน C และ E, กลูตาไธโอนและ Q10 และสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้อีก   
 - สามารถปิดสวิทซ์ของรหัสพันธุกรรมที่เร่งขบวนการชราภาพและปิดสวิทซ์การเกิดโรคมะเร็งได้ 
 - ล้างและกำจัดสารพิษในร่างกายได้ดี 
 - ลดความอ้วน 
 
น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ต่อทารกและตัวอ่อนในครรภ์
 
เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวช่วยให้การดูดซับสารอาหารที่สำคัญเช่นแร่ธาตุและวิตะมินต่างๆทำได้ดีขึ้น หากผู้ที่กำลังจะเป็นแม่รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันมะพร้าว ตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์จะพลอยได้รับสารอาหารที่สำคัญตามไปด้วย
 
สำหรับทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักตัวน้อย จากการศึกษาพบว่า ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยที่ได้รับอาหารสูตรผสมกรดไขมันสายปานกลาง มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วขึ้น อัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น การศึกษานี้แบ่งทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับอาหารที่ผสมด้วยน้ำมันมะพร้าว กลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าวโตเร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะการเจริญเติบโตของร่างกาย ไม่ใช่เพราะอ้วน จากผลการทดลองจึงเป็นเรื่องไม่น่าประหลาดใจที่เราสามารถ พบกรดไขมันสายปานกลางได้ในน้ำนมแม่ 

กรดไขมันสายปานกลางในน้ำนมแม่ช่วยให้การดูดซับสารอาหารทำได้ง่ายขึ้นขณะเดียวกันช่วย ป้องกันการติดเชื้อ ยิ่งในน้ำนมแม่มีกรดไขมันสายปานกลางมากเท่าไรทารกก็จะยิ่งมีสุขภาพดีขึ้นเท่านั้น คุณภาพของน้ำนมแม่ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่แม่รับประทาน ถ้าแม่รับประทานอาหารด้อยคุณภาพน้ำนมจะมีคุณภาพต่ำ หากแม่รับประทานอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพ ทารกจะได้น้ำนมที่กอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
 
กรดไขมันสายปานกลางในน้ำนมแม่สามารถลดต่ำลงจนเหลือแค่ 3 หรือ 4 เปอเซนต์ เมื่อผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวถูกผสมลงในอาหารปริมาณของกรดไขมันสายปานกลางจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ตัวอย่างเช่น การรับประทานน้ำมันมะพร้าว 40 กรัม (ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ) ในแต่ละมื้อ ทำให้กรดลอริคในน้ำนมแม่ที่ให้นมบุตรเพิ่มขึ้นชั่วคราวจาก 3.9 เป็น 9.6 เปอเซนต์หลังจาก 14 ชั่วโมง ปริมาณของกรด คาปรีลิคและกรดคาปริคก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แม่ที่รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของมะพร้าวทุกวันสามารถเพิ่มปริมาณกรดไขมันสายปานกลางในน้ำนมขึ้นถึง 18 เปอเซนต์ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นนี้จะไปส่งเสริมคุณสมบัติการปกป้องตามธรรมชาติของน้ำนมและสนับสนุนอัตราการย่อยกรดไขมันที่ ส่งเสริมการเจริญเติบโตและเสริมสร้างพัฒนาการ
 
หากแม่ไม่ได้รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยกรดไขมันสายปานกลางช่วงก่อนคลอดและในระหว่างให้นมบุตร ต่อมน้ำนมจะสามารถผลิตกรดลอริคได้ประมาณ 3 เปอเซนต์ละกรดคาปริคอีกประมาณ 1 เปอเซนต์เท่านั้น เด็กจะขาดสารอาหารที่จำเป็นกับการสร้างความเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกันไปเป็นจำนวนมากจากจำนวนที่เด็กอ่อนควรได้รับ
             
น้ำมันมะพร้าวช่วยสมานผิวป้องกันการเกิดท้องลาย
 
น้ำมันมะพร้าวช่วยเร่งฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและติดเชื้อของผิวหนังทุกชนิด ป้องกันการเกิดแผลเป็นที่น่าเกลียด หากใช้ก่อนล่วงหน้าอาการบาดเจ็บนั้นๆจะหายเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นสิ่งดีที่จะใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นประจำทุกวัน ตัวอย่างเช่น คุณผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแม่ หากนวดน้ำมันมะพร้าวที่หน้าท้อง ทุกวันตั้งแต่ก่อนไปจนตลอดและหลังการคลอด การเกิดท้องลายจะไม่เป็นปัญหา
 
หรือผู้ที่เล่นเพาะกายเมื่อทำขนาดของร่างกายและกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้น บางคนมีริ้วรอยที่เกิดจากการยืดของผิวหนัง ปัญหานี้แก้ได้โดยใช้น้ำมันมะพร้าว ทั้งนวดและรับประทาน แผลถูกของมีคม แผลไฟไหม้ และแผลจากการบาดเจ็บอื่นๆจะหายเร็วยิ่งขึ้นและเกิดแผลเป็นน้อยลงด้วยน้ำมันมะพร้าว
 
การบาดเจ็บ ติดเชื้อ หูด ไฝ และรอยด่างดำต่างๆล้วนตอบสนองกับการเยียวยาด้วยน้ำมันมะพร้าวเป็นอย่างดี หากอากาศเย็น การอุ่นน้ำมันมะพร้าวก่อนใช้จะให้ผลดียิ่งขึ้น โดยแช่ขวดน้ำมันมะพร้าวในน้ำร้อน น้ำมันอุ่นๆจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นและลึกขึ้น การนวดจะช่วยให้น้ำมันแทรกซึมสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้นอีก เคล็ดลับของการใช้น้ำมันมะพร้าวแก้ปัญหาผิวหนังคือ ให้ผิวหนังบริเวณที่มีปัญหาชุ่มด้วยน้ำมันมะพร้าวอยู่เสมอ

edit @ 9 Jul 2011 10:13:12 by What we are together.

Comment

Comment:

Tweet

ต้องเอาไปใช้มั่ง big smile

#1 By Paa orKant on 2011-07-09 11:21

What we are together. View my profile