ผลไม้พื้นบ้าน...

posted on 05 Apr 2011 13:37 by potjanee
 ตะค้อ
บักค้อ ลักษณะค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร เปลือกไม่หนามาก มีเปลือกชั้นเดียว ลูกดิบมีสีเขียว เมื่อสุกจะมีสีเขียวอมน้ำตาลอ่อน รสชาติเปรี้ยวถึงเปรี้ยวมาก แต่บางทีก็มีหวานมาแจมนิดหน่อย เนื้อที่อยู่ถัดจากเปลือกเป็นสีเหลืองส้ม ฉ่ำน้ำ ต่อจากเนื้อก็คือเมล็ด เมล็ดมีสองชั้นชั้นนอกมีสีน้ำตาลค่อนข้างแข็ง ชั้นในมีสีขาวอมเหลืองลักษณะเหมือนรูปหัวใจพองโต ส่วนนี้เด็กๆ ชอบเอามาทำเป็นต่างหู โดยต้องระวังเวลาแกะเปลือกเมล็ดชั้นนอก ไม่งั้นเดี๋ยวต่างหูจะแหว่ง ใช้ไม่ได้ วิธีการกิน บักค้อไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก สามารถแกะเปลือกออกแล้วกินได้เลย แต่จะกินได้ไม่เกินสามลูกเพราะมันเปรี้ยวมาก เพราะฉะนั้นควรจะหาเครื่องเคียง อย่างน้อยๆ ก็ควรจะมีเกลือ เพื่อบรรเทารสเปรี้ยว วิธีที่นิยมกินมากที่สุด คือ แกะเปลือกออกหลายๆ ลูกใส่ในชาม เติมน้ำปลา เติมพริก เติมน้ำตาลตามชอบใจ คนให้เข้ากันแล้วใช้ช้อนตักเข้าปาก จะอร่อยยิ่งขึ้นถ้าตักน้ำเครื่องปรุงกินพร้อมกันไปด้วย แต่ระวังวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทัน เออ แล้วก็กินเฉพาะเนื้อเมล็ดก็เอาออกมาด้วยนะเดี๋ยวเด็กๆ ไม่มีต่างหูให้เล่นกัน ไม่ได้มีดีเฉพาะความเปรี้ยวเท่านั้นนะ บักค้อ ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ได้แก่ ใบ เอามาตำใช้พอกฝีและยังใช้ปรุงยาถ่ายพิษฝี ถ่ายเส้น ถ่ายกระษัย ได้อีกด้วย รากกับเปลือกก็ไม่น้อยหน้า แก้กระษัย แก้เส้นเอ็น ทำให้เส้นเอ็นหย่อน ถ่ายฝีภายใน ทั้ง 5 แก้ริดสีดวงภายนอกภายใน แก้ฝีในกระดูก ปอด ตับ ม้าม กระเพาะ ลำไส้ แก้กระษัย ขับปัสสาวะ ด้วย  มัวแต่เล่าเรื่องเพื่อนบักก่อ (บักค้อ) จนเพลิน
บักเม่า
ผลไม้เป็นพวงลักษณะคล้ายๆ อะงุ่นแต่ขนาดของลูกเล็กกว่า ไม่ใช่ไม้ยืนต้นแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ถึงกับต้องอาศัยชาวบ้านเขาขึ้น คือสามารถยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง (อะเจ้ย..ไม่ใช่คน) สูงประมาณ 1.5-2 เมตร พอให้คนได้เก็บกินได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ช่วย ผลดิบมีสีเขียวอ่อน จากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเหลืองแล้วก็เป็นสีแดง และเป็นสีดำอมม่วงในที่สุดเมื่อสุกเต็มที่ รสชาติก็เปลี่ยนแปลงตามสีของผล สีเขียว เปรี้ยวสุด รองลงมาก็ขาวอมเหลือง สีแดง ก็ยังเปรี้ยวอยู่ แต่พอเป็นสีดำอมม่วงจะเริ่มหวาน ว่ากันว่าถ้ากินตอนที่เป็นสีดำอมม่วงจะมีริมฝีปากที่สวยงามโดยไม่ต้องใช้ลิปสติกเลยล่ะ 1 พวงอาจมีทั้ง 4 สีอยู่ด้วยกันเลยก็เป็นได้ เพราะถึงจะสีไหนยังไงก็ยังเป็น บักเม่า เหมือนกัน ก็ว่ากันไป เห็นรูปแล้วน้ำลายไหลกันเลยทีเดียว วิธีการกิน ก็แล้วแต่คนชอบ บ้างก็เก็บมาเข้าปากแบบไม่ต้องล้างเลยก็มี (เพราะฝนเพิ่งตก..ธรรมชาติล้างให้ละ) บ้างก็จิ้มพริกเกลือ (หรือน้ำตาล) แล้วแต่ชอบ บ้างก็แกะเอาเม็ดออกจากพวงใส่ถ้วยเติมน้ำปลาเติมพริก อีกอย่างที่หนีไม่พ้นคงเป็นตำ เพราะมันช่วยให้เม็ดที่อยู่ข้างในละเอียดไปด้วย กินได้ง่ายขึ้นว่างั้นเถอะ ถ้ากินแล้วดื่มน้ำตามมากๆ (เพราะใส่พริกหรือใส่น้ำปลามากเกินไป) จะเป็นยาระบายชั้นยอดเลยล่ะ  “อ้าว มาถึงแล้วเหรอลูก ไปบ้านย่ากัน เดี๋ยวพ่อพาไปเยี่ยมอา” พ่อเรียกแล้ว ไปดูกันว่าบ้านย่ามีผลไม้อะไรให้กินกัน 
ตะขบ
ตะขบมันมีตาหลายสีขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งเขียว ทั้งเหลือง ทั้งแดง เอ๊ะ หรือว่าตามันจะเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์หว่าเหมือนในการ์ตูน (ความคิดสมัยเป็นเด็ก) ที่จริงแล้วไม่เกี่ยวอะไรกับกบเลย ชื่อตากบอาจจะเพี้ยนมาจากตะขบเพื่อให้จำง่ายเลยกลายเป็นตากบ ส่วนตะขบก็น่าจะมาจากการกินผลไม้ชนิดนี้เวลาเคี้ยวแล้วลูกมันจะแตกในปากคล้ายกับว่าเรากำลังขบอะไรสักอย่างอยู่ (ล่ะมั๊ง) บักตากบ พบได้เกือบทั่วไปแม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยขอนแก่นข้างตึกวิดยาเคมี (ว่ากันว่าเป็นของว่างชั้นยอด ให้นักศึกษาที่กำลังปั่นแลปกันแบบเอาเป็นเอาตาย) ต้นไม่สูงมากนักประมาณ 2-4 เมตร สามารถปืนเล่นได้ (ถ้าน้ำหนักไม่มากเกินกว่าที่กิ่งมันจะรับได้) ผลของบักตากบก็อย่างที่บอกมีอยู่ 3 สี เขียว เหลือง แดง (ยังกะไฟสัญญาณ) ลักษณะค่อนข้างกลม สีเขียว ยังดิบอยู่ถ้าเผลอไปกินจะได้รสชาติเหมือนกินพืชผักทั่วไปให้ความรู้สึกเฉยๆ สีเหลือง คือเตรียมตัวสุกรสชาติไม่เฉยเท่าสีเขียวเริ่มมีความหวานนิดๆ ส่วนสีแดงคือสุกเต็มที่ รสออกหวานๆ ขึ้นอยู่กับต้นหรือสภาพแวดล้อมว่าจะหวานน้อยหรือหวานมากแค่ไหน วิธีการกิน ก็แค่โน้มกิ่งของต้นลงมาเก็บเอาเม็ดที่คิดว่าสุกเต็มที่แล้วก็โยนเข้าปากไป เคี้ยวๆ แล้วก็กลืนไป เออ ล้างก่อนก็ดีนะ แต่ระวังบักตากบจะแตกก่อนได้กิน เพราะเปลือกที่บอบบางเหลือเกิน เพราะฉะนั้นก็คิดซะว่าธรรมชาติล้างมาให้แล้ว ถามว่าอร่อยไหม อาจจะไม่ค่อยอร่อยน่ะนะ เนื้อข้างในจะออกซุยๆ อาจจะให้ความรู้สึกหยึยๆ ด้วย ตอนเด็กๆ อาจจะด้วยความสนุกมากกว่าเลยคิดว่าอร่อยกว่าตอนโต เพราะเป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายหาได้เอง แข่งกับเพื่อนๆว่าใครจะเก็บได้เยอะกว่ากัน ส่วนอารมณ์ตอนนั่งปั่นแลปว่ากันว่ากินแก้เซ็งมากกว่า ประมาณว่าหาอะไรมากระแทกปากจะได้ทำงานไม่มัวแต่โม้กับเพื่อนจนไม่เสร็จ  

ลิ้นจี่อีสาน หรือ คอแลน

บักแงวหรือที่หลายคนรู้จักกันในนามของ “ลิ้นจี่อีสาน” ต้นบักแงวเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลตอนดิบก็เป็นสีเขียว (ตามระเบียบ) และก็เป็นสีแดงตอนสุก มีทั้งแบบเ